A Guide to Thai - 10 facts about the Thai language in Thai
คนไทยราว ๖๐ ล้านคน พูดภาษาไทยกันที่ประเทศไทย ภาษาไทยที่พูดกันในภาคกลางถือว่าเป็น "ภาษาไทยมาตรฐาน" และใช้กันทั่วประเทศ ในโรงเรียน ในระบบข่าวสารต่างๆ ตลอดจนในระบบราชการ
ส่วนภาษาไทยถิ่นนั้น พูดกันในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้
รายการโทรทัศน์ไทย สามารถรับชมและเข้าใจได้ ในประเทศเพื่อนบ้าน เช่นประเทศลาว Äà¸Ȩ¸·่องจากภาษาลาวใกล้เคียงกับภาษาไทย
นอกจากประเทศไทย ที่ๆมีคนพูดภาษาไทยกันมากที่สุด คือเมือง ลอส แอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย เนื่องจากมี คนไทยราว ๘๐,๐๐๐ คน ย้ายไปตั้งถิ่นฐานที่นั่น
ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีเสียงสูงเสียงตํ่า
นักเรียนจึงต้องฝึกฝนให้คุ้นกับระดับเสียงของคำแต่ละคำ ภาษาไทยประกอบด้วย ๕ เสียง ได้แก่
-เสียงสามัญ เช่น ไมล์
-เสียงเอก เช่น ใหม่
-เสียงตรี เช่น ไม้
-เสียงโท เช่น ไม่
-เสียงจัตวา เช่น ไหม
นักเรียนบางคน สามารถออกเสียงสูงตํ่าได้อย่างง่ายดาย
ในขณะที่บางคà¸Ȩ¸•้องใช้Äวลาและการฝึกฝนพอสมควร
การเรียนตัวหà¸Ȩ¸±งสือไทย คงÄป็à¸Ȩ¸ªิ่งหà¸Ȩ¸¶่งที่ท้าทาย
แต่นักÄรียนส่วนใหญ่พบว่าง่ายกว่าที่คิด
ตัวหà¸Ȩ¸±งสือไทยใช้กันโดยเฉพาะในประเทศไทย
แต่ถ้าคุณสามารถอ่าà¸Ȩ¸ าษาไทยได้
คุณจะรู้สึกคุ้à¸Ȩ¹†กับตัวหนังสือภาษาลาวและภาษาÄขมรบางตัว
และความรู้Äรื่องระบบการÄขียนของภาษาไทย
จะช่วยคุณใà¸Ȩ¸�ารÄรียนภาษาลาวและÄขมรเป็à¸Ȩ¸ย่างยิ่ง
การเรียงคำในภาษาไทยคล้ายกับภาษาอังกฤษ
และไวยากรณ์ระดับพื้นฐาà¸Ȩ¾ºองภาษาไทยก็ไม่ยุ่งยากเหมือà¸Ȩ¸ าษาตระกูลยุโรปบางภาษา
Äà¸Ȩ¸·่องจากในภาษาไทยไม่มีการผันท้ายคำà¸Ȩ¸²มหรือคำกิริยาที่à¸Ȩ¸±กเรียนจะต้องจดจำ
ประโยคว่า ฉัà¸Ȩ¹„ปกับÄพื่อน อาจหมายถึง ฉันกำลังจะไปกับเพื่อน/เพื่อนๆ หรือ ฉัà¸Ȩ¹„ปกับÄพื่อน/เพื่อนๆ (มาแล้ว -อดีตกาล) ปกติเวลาพูดกันก็เข้าใจกันได้จากสถานการณ์
แต่ผู้พูดก็อาจจะเพิ่มคำที่บ่งวันเวลา เช่น พรุ่งนี้ หรือคำที่บ่งจำนวน เช่น หลาย Äพื่อความแน่ชัด
ชาวต่างประเทศส่วนมาก ที่เคยไปเมืองไทย จะรู้จักคำภาษาไทยบางคำ เช่น ตุ๊กๆ และมวยไทย หรือใครที่สนใจอาหารไทย ก็อาจจะรู้จักคำว่า ต้มยำกุ้ง นํ้าปลา ภาษาไทยหยิบยืมคำอังกฤษมาใช้จำนวนไม่น้อย หากปรับเสียงให้เข้ากับระบบเสียงไทย ตัวอย่างเช่น คำว่า อีÄมล์ คนไทยไม่ออกเสียง "ล" ท้ายคำ นอกจากนี้ คนไทยมักจะเน้นพยางค์ที่สองของคำมากกว่าเน้นพยางค์แรก อย่างเช่นในคำว่า ช็อปปิ้ง
ประโยคที่คนชอบพูดแล้วลิ้นพันกัน เช่น ใครྺายไྺ่ไก่ หรือ ไหมใหม่ไม่ไหม้
ภาษาไทยมีสำนวนที่น่าทึ่ง ที่ประดิษฐ์จากคำ ๔ คำ หรือ ๔ พยางค์ ที่มีความหมายทำนองเดียวกัน นำมาเรียงต่อกัน มีเสียงสัมผัส และงดงาม ตัวอย่าง เช่น Äอื้อÄฟื้อÄผื่อแผ่ ซึ่งออกเสียงยากสำหรับผู้ที่ไม่ใช่คนไทย เนื่องจากมีสระ Äอือ ที่ปรากฏอยู่ถึง ๓ คำ
ค่อนข้างยากที่จะแปลเรื่องตลกให้ได้ตรงตามต้นฉบับ ตัวอย่างเช่น เรือกับรถไฟชนกันÄหลืออะไร ÄหลือÄชื่อ ตลกนี้ เป็นการเล่นคำกับคำว่า Äหลือ ซึ่งมีความหมายว่าของÄหลือ หรือที่Äหลือ แต่เมื่อนำมาต่อด้วยคำว่าÄชื่อ ก็จะมีความหมายว่าไม่น่าÄชื่อ ในกรณีนี้ เรื่องที่ไม่น่าÄชื่อก็คือการที่เรือกับรถไฟจะมาชนกันได้
สุภาษิตและสำนวนไทยที่เจือด้วยอารมณ์ขัน เช่น ช้างตายทั้งตัวÄอาใบบัวปิดไม่มิด หมายถึงคุณไม่สามารถปกปิดความผิึϸันใหญ่หลวง(ึϹ‰วยสิ่งÄล็กๆ) ปิึϸ—องหลังพระ สำนวนนี้พูดถึงประเพณีที่คนไทยนิยมทำบุญปิดทองที่พระพุทธรูป ตามปกติคนมักจะปิดทองกันที่บริเวณด้านหน้าของพระพุทธรูป ที่ๆผู้คนเห็นกัน ดังนั้นการปิดทองหลังองค์พระพุทธรูป หมายถึงการทำความดีโดยมิได้คาดหวังให้ผู้ใดเห็น
ภาษาไทยใกล้เคียงกับภาษาลาว ซึ่งÄป็à¸Ȩ¸ าษาประจำชาติของประÄทศลาว
ส่วนภาษาÄขมร แม้ว่าจะไม่เกี่ยวโยงกับภาษาไทย แต่ชาวต่างประเทศผู้เรียนภาษาไทยมาก่อน สามารถสังเกตความคล้ายคลึงกันของทั้งสองภาษาได้ซึ่งเป็นผลจากความสัมพันธ์อันนาน ตลอดจนจากการหยิบยืมภาษาซึ่งกันและกันระหว่างทั้งสองประเทศด้วย
ชาวต่างประÄทศมักจะเข้าใจผิดในการที่คนไทยใช้ชื่อต้นเรียกซึ่งกันและกัน ว่าหมายถึงความเป็นกันเอง และความเท่าเทียมกัน ถ้าจะให้ปลอดภัยจริงๆ ขอแนะนำว่าควรจะใส่คำว่า คุณ นำหน้าชื่อของบุคคล ไม่ว่าในขณะที่กำลังพูดภาษาอังกฤษหรือภาษาไทย
ระบบการใช้ตัวอักษรโรมัà¸Ȩ¹ƒà¸Ȩ¸ าษาไทย สร้างความสับสน หรือการออกเสียงผิดๆ ได้เหมือนกัน เนื่องจากไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัว ตัวอย่างเช่น วิภา ซื่งเป็นชื่อผู้หญิง ไม่ได้คล้ายกับคำว่า viper (แปลว่า งูพิษ) ในภาษาอังกฤษแต่อย่างใด ว ออกเสียงเหมือน 'w' และสระอิ ก็เป็นสระเสียงสั้นอย่างคำว่า 'bin' ส่วนสระอา เป็นสระเสียงยาวอย่างคำว่า 'father' ดังนั้นชื่อ 'วิภา' จึงออกÄสียงว่า 'wi-pah '.
มีคำไทยจำนวนไม่น้อยที่Äป็นชื่อคนและชื่อสถานที่สะกดึϹ‰วยอักษรโรมัน 'ph' และ 'th' ที่คนต่างประเทศมักจะออกเสียงไม่ถูก เช่น พรทิพย์ Phornthip ซึ่งเป็นชื่อผู้หญิง ต้องออกเสียงว่า 'พอà¸Ȩ¸—ิบ' ไม่ใช่ 'ฟอนธิบ' และ ภูÄก็ต ที่คนชอบไปกัน ก็ต้องออกเสียง 'พู- เก็ต' ไม่ใช่ 'ฟู - เก็ต' ดังนั้น ในกรณีที่คุณได้รับนามบัตรจากคนไทย ก็คุ้มที่จะถามบุคคลคนนั้นก่อน ว่าชื่อของเขา ออกเสียงให้ถูกต้องอย่างไร.
ในส่วนของภาษากาย คนไทยถือว่าศีรษะเป็นของสูง และเท้าเป็นของตํ่า สกปรก คนไทยแสดงความเคารพผู้ที่มีอาวุโสกว่าเวลาสนทนากัน หรือพบกันโดยบังเอิญ โดยพยายามค้อมศีรษะของตนให้อยู่ในระดับตํ่ากว่าระดับศีรษะของผู้ที่มีอาวุโสกว่า ข้อควรจำสำหรับชาวต่างประเทศว่าในกรณีดังต่อไปนี้ว่า จะมีคนไทยบางคนถือและไม่สบอารมณ์นัก อาทิ การใช้เท้าชี้ การพาดเท้าบนโต๊ะทำงาน การพาดเท้าที่ราวของรถตุ๊กตุ๊ก เฉียดกับศีรษะคนขับ Äป็à¸Ȩ¸•้น
คำกล่าวที่เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย ที่คนไทยเรียนจากโรงเรียนคือ ในนํ้ามีปลา ในนามีข้าว ปรากฏในหลักศิลาจารึกྺองพ่อྺุนรามคำแหง (ดูข้อ ๙ ข้างล่าง) บรรยายถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติของแผ่นดินสมัยสุโขทัยในศตวรรษที่ ๑๓
คำพูึϸ�่อà¸Ȩ¸•ายของนางÄอกในà¸Ȩ¸§à¸Ȩ¸´ยายรักของ ศรีบูรพา ก็เป็นที่ชื่นชอบของนักอ่านหลายคน เธอพูดว่า ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน แต่ฉันก็อิ่มใจว่าฉันมีคนที่ฉันรัก
Äชื่อกันว่าตัวอย่างอักษรไทยปรากฎครั้งแรกในหลักศิลาจารึก พบที่สุโขทัยในปีค.ศ. ๑๒๙๒ มีข้อความที่พ่อྺุนรามคำแหงทรงกล่าวถึงความรุ่งเรืองอุดมสมบูรณ์ในแผ่นดิน ระบบกฎหมาย การบริหารสังคมและเศรษฐกิจ การปกครองโดยธรรมโดยพระเจ้าแผ่นดิน รวมทั้งการประดิษฐ์ตัวอักษรไทยด้วย อย่างไรก็ตาม ในช่วงระยะหลัง มีเสียงโต้แย้งจากนักวิชาการจำนวนหนึ่งทั้งไทยและต่างประเทศเรื่องอายุที่แน่นอนของหลักศิลาดังกล่าว แต่ความเป็นมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ยังคงจำกัดอยู่ในแวดวงแคบๆของนักวิชาการเท่านั้น
คำสุภาพ ซึ่งยากที่จะแปลเป็นภาษาอื่น แต่มีความสำคัญ เพราะนอกจากจะมีบทบาทในไวยากรณ์ไทย แล้วยังสื่ออารมณ์ของผู้พูดด้วย คำสุภาพจะปรากฎที่ท้ายประโยคเพื่อแสดงความสุภาพ ผู้ชายใช้คำว่า ครับ ที่ท้ายประโยคทั้งที่เป็นคำตอบ และประโยคที่เป็นคำถาม ในขณะที่ผู้หญิงใช้คำว่า ค่ะท้ายประโยคที่เป็นคำตอบ และคำว่า คะท้ายประโยคที่เป็นคำถาม ชาย: สบายึϸµไหมครับ หญิง: สบายึϸµค่ะ หญิง: สบายึϸµไหมคะ ชาย: สบายึϸµครับ
ภาษาไทยมีคำสรรพนามจำนวนหนึ่ง ซึ่งแสดงถึงการให้เกียรติ การให้ความเคารพ หรือความเป็นกันเองในระดับที่ต่างกัน นอกจากนี้คำนามหรือคำกิริยาบางคำ ก็บ่งถึงความเป็นทางการ หรือความเป็นกันเองด้วย ตัวอย่างเช่น: ทราบ และ ทานเป็นคำสุภาพ เป็นทางการ รู้ และ กิน เป็นคำกัà¸Ȩ¹€อง ที่ไม่Äป็à¸Ȩ¸—างการ คนไทยใช้ภาษาสุภาพที่Äป็à¸Ȩ¸—างการ เมื่อสนทนากับผู้ที่มีสถานภาพในสังคมที่สูงกว่า (เช่น นักศึกษาพูดกับอาจารย์ พนักงานพูดกับหัวหน้า) และกับคนที่ไม่รู้จักคุ้นเคย ส่วนคำกัà¸Ȩ¹€องที่ไม่Äป็à¸Ȩ¸—างการ ก็ใช้กันในหมู่เพื่อนๆ ในสถานการณ์ที่ไม่ได้เป็นทางการ และเมื่อสนทนากับผู้ที่มีสถานภาพในสังคมที่เท่าเทียมกันหรือที่ต่ำกว่า
ภาษาไทยมีคำราชาศัพท์อีกชุดหนึ่ง ใช้กับพระมหากษัตริย์และ พระบรมศานุวงศ์ชั้นสูงด้วย ตัวอย่างเช่นคำศัพท์สำหรับส่วนต่างๆของร่างกายหรือสำหรับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ดังนั้น คำว่า ตา ที่คนสามัญใช้ คำราชาศัพท์จะใช้คำว่า พระเà¸Ȩ¸•ร หรือคำว่า ไป สำหรับคนสามัญ สำหรับพระมหากษัตริย์จะใช้คำราชาศัพท์ว่า Äสด็จพระราชึϸ³Äà¸Ȩ¸´à¸Ȩ¹„ป Äป็à¸Ȩ¸•้น
คนไทยใช้คำว่า สวัสึϸµ สำหรับทุกโอกาส ตามด้วยคำสุภาพ ผู้ชายจะพูดว่า สวัสึϸµครับ ในขณะที่ผู้หญิงจะพูดว่า สวัสึϸµค่ะ การทักทายนี้มักจะทำพร้อมกับการ 'ไหว้' ด้วยการประนมมือ ยกขึ้น ปลายนิ้วชี้จรดที่ปลายจมูก และศีรษะค้อมลงในขณะเดียวกัน ปกติบุคคลที่อายุน้อยกว่า หรืออ่อนอาวุโสกว่าทางสถานภาพในสังคมจะเป็นผู้เริ่ม 'ไหว้' ก่อน และอีกฝ่ายหนึ่งจึงจะ รับไหว้ ชาวต่างประเทศที่ยังไม่คุ้นเคยกับประเทศไทย หากปรารถนาที่จะแสดงความเป็นมิตร แต่ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการ อาจจะทำให้คนไทย 'เขิน' ได้เหมือนกัน เวลาพากันยกมือ 'ไหว้' พนักงานในร้านอาหาร คนขับแท็กซี่ หรือเด็กเล็กๆ
Â鶹Éç Languages links
Quick Fix: Essential phrases in 40 languages
Your Say: Language and identity
Learning tips: How to learn a language


